แชร์

หน้าที่และขอบเขตอำนาจของ "คณะกรรมการหมู่บ้าน" มีอะไรบ้าง?

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
2 ผู้เข้าชม

หน้าที่และขอบเขตอำนาจของ "คณะกรรมการหมู่บ้าน" มีอะไรบ้าง?

"ผมเป็นกรรมการหมู่บ้าน แต่ลูกบ้านคาดหวังให้ผมจัดการทุกเรื่อง ตั้งแต่หมาเห่ารบกวนไปจนถึงท่อน้ำแตก ทั้งที่บางเรื่องผมก็ไม่รู้ว่ามีอำนาจทำได้จริงหรือเปล่า" นี่คือคำพูดที่ Primo Plus ได้ยินบ่อยครั้งจากกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งใหม่ ซึ่งสะท้อนปัญหาใหญ่ที่พบได้ทั่วไป นั่นคือความไม่ชัดเจนเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเอง

คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรมีอำนาจหน้าที่หลักตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน คือบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง ดูแลงบประมาณและค่าส่วนกลาง บังคับใช้ระเบียบข้อบังคับของโครงการ และเป็นตัวแทนเจ้าของบ้านในการดำเนินกิจการต่าง ๆ แต่ไม่มีอำนาจในการตัดสินคดีความ บังคับใช้กฎหมายอาญา หรือก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคลของลูกบ้านเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

บทความนี้ Primo Plus จะพาไปดูอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านอย่างละเอียด ทั้งสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ พร้อมแนวทางบริหารจัดการที่ช่วยลดความเข้าใจผิดระหว่างกรรมการกับลูกบ้าน

ทำความเข้าใจก่อน: คณะกรรมการหมู่บ้านคือใคร มีที่มาอย่างไร

คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" คือกลุ่มบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของบ้าน ให้ทำหน้าที่บริหารจัดการนิติบุคคลแทนเจ้าของบ้านทุกคนในโครงการ ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ กรรมการไม่ใช่ "เจ้าของ" นิติบุคคล แต่เป็น "ตัวแทน" ที่ได้รับมอบหมายให้บริหารทรัพย์สินส่วนกลางแทนเจ้าของบ้านทุกคน อำนาจของกรรมการจึงมาจากมติที่ประชุมใหญ่และข้อบังคับนิติบุคคล ไม่ใช่อำนาจส่วนตัวที่กรรมการมีโดยกำเนิด

Pain Point ที่แท้จริง: ทำไมเรื่องขอบเขตอำนาจถึงสร้างปัญหาบ่อย

จากที่ Primo Plus เคยบริหารนิติบุคคลมาหลายโครงการ พบว่าความขัดแย้งเรื่องขอบเขตอำนาจของกรรมการมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก

1. กรรมการเองก็ไม่เข้าใจขอบเขตอำนาจของตัวเอง เพราะส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครที่ไม่มีพื้นฐานด้านกฎหมายจัดสรรที่ดิน เมื่อเจอปัญหาก็ไม่แน่ใจว่าตนเองมีอำนาจดำเนินการได้แค่ไหน บางครั้งจึงเลือกที่จะเงียบหรือดำเนินการเกินขอบเขตโดยไม่รู้ตัว

2. ลูกบ้านคาดหวังเกินความเป็นจริง หลายคนมองว่ากรรมการต้องแก้ไขทุกปัญหาในหมู่บ้านได้ ตั้งแต่เรื่องส่วนกลางไปจนถึงข้อพิพาทส่วนตัวระหว่างเพื่อนบ้าน ซึ่งเกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายให้ไว้จริง

3. ไม่มีการสื่อสารขอบเขตอำนาจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น หลายโครงการไม่เคยอธิบายให้ลูกบ้านเข้าใจว่ากรรมการทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง ทั้งสองฝ่ายมักเข้าใจไม่ตรงกันและนำไปสู่ความไม่พอใจ

ขอบเขตอำนาจของกรรมการ: ตารางสรุปสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้

ประเด็น สิ่งที่กรรมการทำได้ สิ่งที่กรรมการทำไม่ได้
การบริหารทรัพย์สินส่วนกลาง ดูแล ซ่อมบำรุง จัดสรรงบประมาณสำหรับสาธารณูปโภคส่วนกลาง เปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลางโดยไม่ผ่านมติที่ประชุมใหญ่
การเรียกเก็บค่าส่วนกลาง กำหนดอัตราตามมติที่ประชุม ติดตามทวงถามลูกบ้านที่ค้างชำระ ตัดน้ำ ตัดไฟ หรือใช้มาตรการที่ละเมิดสิทธิ์เพื่อบีบบังคับการชำระเงิน
การบังคับใช้ระเบียบ ออกหนังสือตักเตือน กำหนดบทลงโทษตามข้อบังคับที่มีมติรองรับ สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือดำเนินคดีอาญาด้วยตนเอง
การจัดประชุมและตัดสินใจ เรียกประชุมใหญ่ ดำเนินการตามมติเสียงข้างมาก ตัดสินใจเรื่องสำคัญ (เช่น ยกทรัพย์สินส่วนกลาง) โดยไม่ผ่านมติที่ประชุม
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลาง ตัดสินชี้ขาดข้อพิพาทส่วนบุคคลระหว่างลูกบ้านแทนศาล

เจาะลึกอำนาจหน้าที่หลัก 4 ด้านของคณะกรรมการ

1. การบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง
กรรมการมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินส่วนกลางทั้งหมด เช่น ถนน สวนสาธารณะ ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี รวมถึงวางแผนซ่อมบำรุงระยะยาว จากที่ Primo Plus เคยบริหารพบว่า หมู่บ้านที่กรรมการมีแผนบำรุงรักษาชัดเจนล่วงหน้า มักไม่ต้องเผชิญปัญหาซ่อมใหญ่แบบฉุกเฉินที่ต้องเรียกเก็บเงินพิเศษจากลูกบ้าน

2. การบริหารงบประมาณและค่าส่วนกลาง
กรรมการมีหน้าที่จัดทำงบประมาณประจำปี เก็บค่าส่วนกลางตามมติที่ประชุม และรายงานการใช้จ่ายให้โปร่งใส แม้จะมีอำนาจติดตามทวงถามลูกบ้านที่ค้างชำระ แต่ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการที่ถูกกฎหมาย เช่น การแจ้งเตือน การคิดดอกเบี้ยตามข้อบังคับ หรือการดำเนินคดีทางแพ่ง ไม่สามารถใช้มาตรการที่ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นได้

3. การออกและบังคับใช้ระเบียบข้อบังคับ
กรรมการสามารถเสนอระเบียบข้อบังคับเพิ่มเติมเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหมู่บ้าน เช่น กฎเรื่องที่จอดรถ เวลาก่อสร้างต่อเติม หรือมาตรฐานรั้วบ้าน แต่ระเบียบเหล่านี้ต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่ก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ และการบังคับใช้ต้องอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

4. การเป็นตัวแทนเจ้าของบ้านในการดำเนินกิจการ
กรรมการทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของบ้านทุกคนในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น การไฟฟ้า การประปา หรือหน่วยงานราชการท้องถิ่น รวมถึงการทำสัญญาว่าจ้างผู้ให้บริการต่าง ๆ ในนามของนิติบุคคล

ผลกระทบเมื่อขอบเขตอำนาจไม่ชัดเจน

1. กรรมการดำเนินการเกินอำนาจโดยไม่รู้ตัว
จากกรณีศึกษาที่ Primo Plus เคยพบเจอ มีบางโครงการที่กรรมการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนกลาง โดยไม่ผ่านมติที่ประชุมใหญ่ ทำให้ภายหลังถูกลูกบ้านคัดค้านและต้องยกเลิกการดำเนินการ สร้างความเสียหายทั้งด้านเวลาและงบประมาณที่ใช้ไปแล้ว

2. ความขัดแย้งบานปลายจากความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน
เมื่อลูกบ้านคาดหวังให้กรรมการแก้ปัญหาที่เกินขอบเขตอำนาจ เช่น ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนบุคคล แล้วกรรมการไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่คาดหวัง มักนำไปสู่ความไม่พอใจและมองว่ากรรมการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจตั้งแต่ต้น

3. กรรมการลาออกก่อนครบวาระเพราะความกดดัน
เมื่อต้องแบกรับความคาดหวังที่เกินจริงจากลูกบ้าน ประกอบกับความไม่มั่นใจในขอบเขตอำนาจของตัวเอง กรรมการหลายคนเลือกที่จะลาออกก่อนครบวาระ ทำให้หมู่บ้านขาดความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ

แนวทางที่ Primo Plus แนะนำ: สร้างความชัดเจนตั้งแต่วันแรก

จากประสบการณ์บริหารนิติบุคคลหลายแห่ง Primo Plus พบว่าการป้องกันปัญหาเรื่องขอบเขตอำนาจที่ได้ผลดีที่สุด คือการสร้างความชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยอธิบาย

การจัดทำคู่มือขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน สำหรับกรรมการชุดใหม่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ช่วยให้กรรมการเข้าใจตั้งแต่วันแรกว่าตนเองมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง และเรื่องใดที่ต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่ก่อน

การสื่อสารขอบเขตอำนาจให้ลูกบ้านเข้าใจตรงกัน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เอกสารแนะนำหมู่บ้าน การประชุมใหญ่ หรือป้ายประกาศ ช่วยลดความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และทำให้ลูกบ้านรู้ว่าเรื่องใดควรแจ้งกรรมการ เรื่องใดต้องดำเนินการเอง

การมีทีมงานมืออาชีพสนับสนุนกรรมการ ในการตัดสินใจเรื่องที่มีความซับซ้อนทางกฎหมาย ช่วยให้กรรมการดำเนินการได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามขอบเขตอำนาจ ลดความเสี่ยงในการดำเนินการเกินอำนาจโดยไม่ตั้งใจ

การสนับสนุนกรรมการด้วยระบบและความรู้ที่ถูกต้องแบบนี้ คือสิ่งที่ Primo Plus ใช้ในการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง ทั้งการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายจัดสรรที่ดิน การจัดทำเอกสารขอบเขตอำนาจที่ชัดเจน และการเป็นที่ปรึกษาให้กรรมการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ หากหมู่บ้านของท่านต้องการความชัดเจนเรื่องนี้มากขึ้น Primo Plus ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นผ่านทาง www.primoplus.co.th

เมื่อเจอปัญหาที่เกินขอบเขตอำนาจ กรรมการควรทำอย่างไร

หากกรรมการพบว่าปัญหาที่ลูกบ้านร้องเรียนอยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของตน แนะนำให้ดำเนินการตามแนวทางนี้
  • อธิบายขอบเขตอำนาจให้ลูกบ้านเข้าใจอย่างสุภาพ พร้อมชี้แจงเหตุผลว่าทำไมจึงไม่สามารถดำเนินการได้โดยตรง
  • แนะนำช่องทางที่ถูกต้อง เช่น หากเป็นข้อพิพาทส่วนบุคคล ควรแนะนำให้ปรึกษาทนายความหรือดำเนินการทางศาล
  • ช่วยประสานงานเบื้องต้น แม้ไม่มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง แต่กรรมการสามารถช่วยไกล่เกลี่ยหรือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
  • บันทึกเรื่องราวไว้เป็นหลักฐาน เผื่อในอนาคตต้องใช้อ้างอิงหรือหากเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อส่วนรวมในภายหลัง
  • นำเสนอในที่ประชุมกรรมการ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องออกระเบียบเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาลักษณะเดียวกันในอนาคตหรือไม่
ข้อควรระวัง: กรรมการไม่ควรดำเนินการใด ๆ ที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของลูกบ้าน แม้จะมีเจตนาดีในการแก้ปัญหาก็ตาม เพราะอาจทำให้กรรมการต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเสียเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: กรรมการหมู่บ้านมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี?
A: โดยทั่วไปกำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละนิติบุคคล ซึ่งมักอยู่ที่ 2 ปีต่อวาระ และสามารถได้รับเลือกตั้งซ้ำได้หากที่ประชุมใหญ่เห็นชอบ

Q2: กรรมการมีอำนาจสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายได้หรือไม่?
A: ไม่ได้โดยตรง อำนาจนี้เป็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายควบคุมอาคาร กรรมการทำได้เพียงตักเตือนและส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ

Q3: กรรมการสามารถตัดน้ำตัดไฟลูกบ้านที่ค้างชำระค่าส่วนกลางได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ เพราะการตัดน้ำตัดไฟถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน นิติบุคคลควรใช้วิธีทางกฎหมายอื่น เช่น การแจ้งเตือน คิดดอกเบี้ยตามข้อบังคับ หรือดำเนินคดีทางแพ่งแทน

Q4: ถ้ากรรมการทำงานไม่เป็นไปตามที่ลูกบ้านคาดหวัง สามารถถอดถอนได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ผ่านมติที่ประชุมใหญ่ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในข้อบังคับของนิติบุคคล ซึ่งโดยทั่วไปต้องมีเสียงสนับสนุนจากเจ้าของบ้านตามสัดส่วนที่กำหนด

Q5: กรรมการต้องรับผิดชอบทางกฎหมายหรือไม่ หากตัดสินใจผิดพลาด?
A: กรรมการอาจต้องรับผิดชอบหากดำเนินการเกินขอบเขตอำนาจหรือก่อให้เกิดความเสียหายโดยประมาท จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจในเรื่องที่มีความซับซ้อนทางกฎหมาย

Q6: กรรมการมีอำนาจกำหนดค่าส่วนกลางเองได้หรือไม่?
A: ไม่ได้โดยลำพัง อัตราค่าส่วนกลางต้องผ่านมติเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของบ้านก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้

Q7: ลูกบ้านมีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน กรรมการต้องช่วยแก้ไขให้จบหรือไม่?
A: กรรมการมีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเบื้องต้นได้ แต่ไม่มีอำนาจตัดสินชี้ขาดข้อพิพาทส่วนบุคคล หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ คู่กรณีต้องดำเนินการทางกฎหมายด้วยตนเอง

Q8: เปลี่ยนบริษัทบริหารนิติบุคคล จะช่วยให้กรรมการทำงานง่ายขึ้นหรือไม่?
A: ช่วยได้มาก เพราะทีมงานมืออาชีพจะให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและระบบบริหารจัดการ ช่วยลดภาระและความเสี่ยงที่กรรมการต้องตัดสินใจเรื่องซับซ้อนด้วยตนเองโดยลำพัง

Q9: กรรมการที่เป็นอาสาสมัคร ได้รับค่าตอบแทนหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของแต่ละนิติบุคคล บางโครงการกำหนดค่าตอบแทนให้กรรมการตามมติที่ประชุมใหญ่ ในขณะที่บางโครงการกรรมการทำหน้าที่แบบอาสาสมัครไม่รับค่าตอบแทน

Q10: ถ้ากรรมการทั้งชุดลาออกพร้อมกัน หมู่บ้านจะทำอย่างไร?
A: ต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่โดยเร็วที่สุด ในระหว่างนี้อาจต้องมีการแต่งตั้งผู้ดูแลชั่วคราวตามข้อบังคับ หรือขอความช่วยเหลือจากบริษัทบริหารมืออาชีพเพื่อไม่ให้การบริหารหยุดชะงัก

สรุป: อำนาจที่ชัดเจน คือรากฐานของการบริหารที่ราบรื่น
ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความร่วมมือระหว่างกรรมการกับลูกบ้าน เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ การบริหารจัดการหมู่บ้านก็จะราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากประสบการณ์บริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรของ Primo Plus พบว่าหมู่บ้านที่มีความชัดเจนเรื่องขอบเขตอำนาจตั้งแต่ต้น มักมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกรรมการและลูกบ้าน และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า หากท่านกำลังเป็นกรรมการที่ต้องการความชัดเจนเรื่องนี้ หรือเป็นลูกบ้านที่อยากเข้าใจบทบาทของกรรมการมากขึ้น สามารถติดต่อ Primo Plus ได้ที่ www.primoplus.co.th เพื่อร่วมกันวางระบบบริหารจัดการที่ชัดเจนและเป็นธรรมสำหรับทุกคนในหมู่บ้าน

หากต้องการคำปรึกษาหรือบริการด้านการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแบบครบวงจร ทีมงาน Primo Plus พร้อมดูแลคุณด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี คลิกเลย : ให้คำปรึกษา ตรวจประเมินหน้างานฟรี!


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 เทคนิคการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้มีประสิทธิภาพ
การบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังสร้างความพึงพอใจให้กับลูกบ้านอีกด้วย หากการบริหารไม่มีระบบหรือขาดความโปร่งใส อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในชุมชน ดังนั้นมาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่ช่วยให้นิติบุคคลบริหารงานได้ดีขึ้น
29 ม.ค. 2025
คู่มือกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร : ความรับผิดชอบ
กรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีบทบาทสำคัญในการดูแลและบริหารกิจการส่วนกลางของหมู่บ้าน ทั้งด้านการเงิน ค่าส่วนกลาง สาธารณูปโภค ผู้รับเหมา และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของสมาชิก
17 ก.ย. 2026
ปัญหาขยะหมู่บ้านจัดสรร: แนวทางการคัดแยกและลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
บทความนี้ Primo Plus จะพาไปดูตั้งแต่ต้นตอของปัญหา วิธีคัดแยกขยะที่ใช้ได้จริงในหมู่บ้าน ไปจนถึงแนวทางบริหารจัดการที่ช่วยลดภาระค่าส่วนกลางอย่างเป็นระบบ
22 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy