คู่มือค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรร 2026 : สิทธิของลูกบ้าน

คู่มือค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรร 2026 : สิทธิของลูกบ้าน
สรุปใจความสำคัญ : สิทธิของลูกบ้านจัดสรรปี 2026 ถูกคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 การชำระค่าส่วนกลางเป็นหน้าที่เพื่อบำรุงรักษาสาธารณูปโภค แต่ลูกบ้านก็มีสิทธิ์เต็มที่ในการร่วมใช้ประโยชน์ ตรวจสอบบัญชี ลงมติเลือกหรือถอดถอนกรรมการ และนิติบุคคลไม่มีสิทธิ์ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การตัดน้ำตัดไฟ หรือห้ามเข้าพื้นที่ส่วนตัว
คำตอบด่วน : หากลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลางตามปกติ จะมีสิทธิ์ใช้งานสาธารณูปโภคทุกชนิด ได้รับการดูแลความปลอดภัย และมีสิทธิ์ออกเสียง 1 สิทธิ์ต่อ 1 แปลงที่ดิน ในทางกลับกัน แม้ค้างชำระค่าส่วนกลาง นิติบุคคลก็ไม่มีอำนาจล็อกล้อบนถนนสาธารณะ, ห้ามเข้าบ้าน, หรือตัดน้ำไฟ แต่ทำได้เพียงระงับสิทธิ์บริการเสริม (เช่น คีย์การ์ดสแกนอัตโนมัติ, ฟิตเนส) และอายัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหากค้างเกิน 6 เดือนเท่านั้น
สิทธิพื้นฐานของลูกบ้านเมื่อชำระค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรร 2026
การอยู่อาศัยในโครงการจัดสรรยุค 2026 ไม่ใช่เพียงการซื้อตัวบ้าน แต่คือการซื้อสภาพแวดล้อมและสังคมร่วมกัน เงินค่าส่วนกลางที่ถูกเรียกเก็บรายเดือนหรือรายปี จึงเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงระบบสาธารณูปโภค เมื่อลูกบ้านทำหน้าที่ชำระค่าส่วนกลางอย่างถูกต้อง ย่อมเกิดสิทธิ์ตามกฎหมายรองรับทันที
สิทธิในการใช้ประโยชน์ในสาธารณูปโภคและบริการส่วนรวม
ลูกบ้านทุกคนที่ชำระค่าส่วนกลางมีสิทธิ์เข้าถึงและใช้งานพื้นที่ส่วนกลางทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ถนนสายหลัก สายซอย สวนสาธารณะ คลับเฮาส์ สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส รวมถึงได้รับการบริการขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยจาก รปภ. การตรวจสอบกล้อง CCTV และการจัดเก็บขยะตามรอบเวลา
สิทธิทางการเมืองและการบริหารหมู่บ้าน (1 แปลงที่ดิน = 1 เสียง)
ตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน สมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีสิทธิ์ในการขับเคลื่อนทิศทางของชุมชนผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ประกอบด้วย:
1. สิทธิ์เข้าประชุมใหญ่: เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ
2. สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน: ร่วมออกเสียงลงมติในการแก้ไขข้อบังคับหมู่บ้าน การปรับขึ้น-ลงค่าส่วนกลาง หรืออนุมัติงบประมาณโครงการต่างๆ
3. สิทธิ์ในการเลือกตั้งและรับเลือกตั้ง: ลงคะแนนเลือกทีมกรรมการหมู่บ้าน หรือสมัครเป็นกรรมการเพื่อบริหารหมู่บ้านด้วยตนเอง
Expert Tip: แนวทางศาลฎีกาอัปเดตล่าสุดชี้ชัดว่า การนับสิทธิ์ออกเสียงให้นับตาม "จำนวนแปลงที่ดิน" ที่ครอบครอง ไม่ใช่จำนวนบุคคล เช่น หากคุณซื้อบ้านติดกัน 2 หลัง (2 แปลง) คุณจะมีสิทธิ์ออกเสียง 2 คะแนน และมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าส่วนกลาง 2 ส่วนเช่นกัน
Warning: ระวังการมอบฉันทะ (Proxy) ในการประชุมใหญ่ คณะกรรมการบางชุดอาจรวบรวมใบมอบฉันทะจากลูกบ้านที่ไม่เข้าประชุมเพื่อนำไปโหวตผ่านมติที่เอาเปรียบลูกบ้าน เช่น การขึ้นค่าส่วนกลางโดยไม่จำเป็น ลูกบ้านควรเข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้คนที่ไว้วางใจเท่านั้น
Common Mistake: ลูกบ้านหลายคนเข้าใจผิดว่า หากสระว่ายน้ำเสีย หรือไฟถนนดับ สามารถหักลดยอดจ่ายค่าส่วนกลางเองได้ตามใจชอบ ซึ่งในทางกฎหมายทำไม่ได้ หน้าที่จ่ายเงินกับหน้าที่ซ่อมแซมแยกออกจากกัน การประท้วงด้วยการไม่จ่ายเงินจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ผิดนัดและเสียสิทธิ์ทางกฎหมายแทน
Best Practice: หากพบระบบสาธารณูปโภคชำรุด ให้รวมตัวลูกบ้านทำหนังสือจี้ให้นิติบุคคลแก้ไขอย่างเป็นทางการ หากนิติบุคคลเพิกเฉย ให้ใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อลงมติปรับเปลี่ยนทีมบริหารจัดการ หรือใช้มาตรการทางกฎหมายฟ้องร้องการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
2. ขอบเขตอำนาจของนิติบุคคล vs สิทธิส่วนบุคคลของลูกบ้าน
ข้อพิพาทส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรเกิดจากการที่ "นิติบุคคล" ใช้อำนาจเกินขอบเขต และ "ลูกบ้าน" ไม่ทราบสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งขั้นรุนแรง
สิ่งที่นิติบุคคล "ทำได้" และ "ทำไม่ได้" ตามกฎหมาย
| ประเด็นข้อพิพาท | สิ่งที่นิติบุคคล "ทำได้" | สิ่งที่นิติบุคคล "ทำไม่ได้" |
| การเข้า-ออกหมู่บ้าน | ปิดระบบคีย์การ์ดอัตโนมัติ(Easy Pass/RFID)ให้ลูกบ้านที่ค้างชำระลงมาแลกบัตรเข้าหมู่บ้านด้วยวิธีแมนนวล | ห้ามลูกบ้านเข้าหมู่บ้าน,ห้ามใช้ถนนขับรถไปที่บ้านตนเอง, หรือปฏิเสธการเปิดไม้กั้นจนทำให้รถติดขัด |
| การจัดการระบบน้ำ-ไฟ | แจ้งประสานงานหน่วยงานภายนอกกรณีท่อแตกในพื้นที่ส่วนกลาง | ตัดมิเตอร์น้ำประปา หรือตัดสะพานไฟเข้าบ้านลูกบ้านเพื่อบังคับให้จ่ายค่าส่วนกลาง |
| การจอดรถบนถนนส่วนรวม | ออกกฎระเบียบการจอดรถ,ตักเตือน,ออกใบสั่งห้ามจอดขวางทางจราจรตามมติข้อบังคับ | ล็อกล้อรถยนต์ของลูกบ้านแล้วเรียกเก็บค่าปรับเข้ากระเป๋านิติบุคคล เว้นแต่มีระบุในข้อบังคับที่จดทะเบียนถูกต้อง และทำอย่างเท่าเทียม |
| การค้างชำระเงิน | ส่งหนังสือทวงถาม,คิดเบี้ยปรับตามกฏหมาย,อายัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สำนักงานที่ดินเมื่อค้างเกิน6เดือน | ประจานชื่อ-นามสกุล หรือเลขที่บ้านของผู้ค้างชำระในพื้นที่สาธารณะหรือกลุ่ม LINE (เสี่ยงผิดPDPA และหมิ่นประมาท) |
Expert Tip: ในปี 2026 การบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ในนิติบุคคลหมู่บ้านมีความเข้มงวดมาก การบอร์ดประจานลูกบ้านเบี้ยวหนี้ถือเป็นความผิดอาญาและแพ่ง นิติบุคคลต้องใช้วิธีส่งจดหมายลับเฉพาะบุคคล หรือแสดงเฉพาะ "เลขแปลงที่ดิน" ที่ค้างชำระในรายงานบัญชีประจำปีเท่านั้น โดยห้ามระบุชื่อเจ้าของเด็ดขาด
Warning: แม้กฎหมายจะบอกว่านิติบุคคลห้ามตัดน้ำตัดไฟ แต่อย่าชะล่าใจ เพราะหากคุณค้างชำระค่าส่วนกลางเกิน 6 เดือน นิติบุคคลจะส่งหนังสืออายัดนิติกรรมไปยังสำนักงานที่ดินทันที ซึ่งจะส่งผลให้คุณไม่สามารถ ขาย บ้าน, โอน บ้าน, หรือรีไฟแนนซ์กับธนาคารได้เลยจนกว่าจะชำระยอดพร้อมเบี้ยปรับครบถ้วน
Common Mistake: นิติบุคคลบางแห่งล็อกล้อรถลูกบ้านที่จอดขวางทางทันทีโดยไม่มีข้อบังคับหมู่บ้านรองรับ การกระทำนี้ลูกบ้านสามารถแจ้งความดำเนินคดีข้อหา "กักขังหน่วงเหนี่ยวทรัพย์สิน" หรือ "ทำให้เสียทรัพย์" ได้
Best Practice: การตั้งกฎระเบียบใดๆ ภายในหมู่บ้าน เช่น การปรับเงินการจอดรถ หรือการงดบริการบางอย่าง คณะกรรมการต้องนำไปจดทะเบียนแก้ไขพ่วงท้าย "ข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" ณ สำนักงานที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน จึงจะมีผลบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์
3. ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ตรวจสอบความโปร่งใสและการเงินของนิติบุคคล
หากลูกบ้านมีความสงสัยว่า เงินค่าส่วนกลางที่จ่ายไปทุกเดือนถูกนำไปใช้ในทางที่มิชอบ หรือมีการทุจริตเกิดขึ้น กฎหมายเปิดช่องให้ลูกบ้านสามารถใช้สิทธิ์ตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบตามขั้นตอนดังนี้:
ขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีนิติบุคคล (step-by-step)
ขั้นที่1 ทำหนังสือยื่นขอตรวจดูงบการเงินและเอกสารสิทธิ
ขั้นที่2 ตรวจสอบรายงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ต้องทำทุกปี)
ขั้นที่3 ตรวจสอบสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่าย และใบเสร็จรับเงิน
ขั้นที่4 หากพบสิ่งที่ผิดปกติ รวบรวมรายชื่อ1ใน5 ของสมาชิกทั้งหมด
ขั้นที่5 ยื่นโนติสเปิดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อลงมติตรวจสอบหรือถอดถอน
Checklist เอกสารที่ลูกบ้านมีสิทธิ์ขอดูตามกฎหมาย
-
รายงานงบดุลประจำปีและงบรายรับ-รายจ่ายที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี (CPA)
-
สมุดเงินฝากธนาคารในนามนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทุกบัญชี
-
สัญญาจ้างบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สิน (Property Management) และสัญญาจ้างบริษัท รปภ. / คนสวน
-
เอกสารใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ค่าซ่อมแซมถนน ค่าลอกท่อ หรือค่าเปลี่ยนหลอดไฟส่วนกลาง
4. ตารางเปรียบเทียบ: การใช้สิทธิ์ของลูกบ้านในสถานการณ์ต่างๆ
| สถานการณ์ที่เจอ | วิธีใช้สิทธิ์ที่ถูกกฎหมาย | ข้อดี | ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง | ความเหมาะสม |
| 1.กรรมการบริหารงานไม่โปร่งใส | รวมตัวสมาชิก1/5 ยื่นขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อถอดถอน | ถอนรากถอนโคนระบบทุจริต,เปลี่ยนทีมงานใหม่ได้ทันที | หากเสียงไม่พอกลุ่มเดิมจะกลับมาอำนาจจะเหนียวแน่นขึ้น | เหมาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนและลูกบ้านส่วนใหญ่เอาด้วย |
| 2. นิติบุคคลบริการแย่ (ไฟดับ/ขยะตกค้าง) | ทำหนังสือร้องเรียนติดครุฑ ยื่นตรงถึงประธานกรรมการ | มีหลักฐานเชิงประจักษ์ สามารถใช้ฟ้องละเมิดได้หากเพิกเฉย | อาจล่าช้าหากกรรมการเพิกเฉย | เหมาะสำหรับเริ่มต้นแก้ปัญหาแบบประนีประนอม |
| 3.โดนระงับสิทธิ์เข้า-ออก | ลงบันทึกประจำวันกับตำรวจข้อหาละเมิดสิทธิ์การเข้าถึงทรัพท์สิน | ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ทันที นิติบุคคลต้องเปิดทางให้ | สร้างความขัดแย้งรุนแรงในหมู่บ้าน | เหมาะเมื่อนิติบุคลใช้วิธีป่าเถื่อน เช่น ล็อกประตูรั้วไม่ให้เข้า |
| 4. สมาชิกในหมู่บ้านต่อเติมบ้านรบกวน | แจ้งนิติบุคคลให้ใช้อำนาจข้อบังคับ หรือแจ้งสำนักงานเขต/อบต. | ใช้กฏหมายควบคุมอาคารจัดการได้เด็ดขาด | มองหน้ากันไม่ติดกับเพื่อนบ้าน | เหมาะกับกรณีที่โครงสร้างบ้านเสี่ยงทรุดตัวหรือละเมิดสิทธิ์รุนแรง |
5. ตัวอย่างสถานการณ์สมมติในการแก้ไขข้อพิพาท
ตัวอย่างเพื่ออธิบาย กรณีโดนนิติบุคคลยกเลิกคีย์การ์ด Easy Pass เนื่องจากค้างค่าส่วนกลาง
สถานการณ์สมมติ: นายดี ครอบครองบ้านเดี่ยวในโครงการแห่งหนึ่ง แต่ค้างชำระค่าส่วนกลาง 4 เดือนเนื่องจากพิพาทกับนิติบุคคลเรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน วันหนึ่งนิติบุคคลได้ทำการระงับสัญญาณคีย์การ์ดระบบ Easy Pass ของ นายดี ทำให้ นายดี ไม่สามารถขับรถผ่านช่องทางด่วนได้ ต้องจอดรถและลงมาแลกบัตรในช่องทางปกติทุกครั้ง นายดี โกรธมากและขู่จะฟ้องนิติบุคคลข้อหากลั่นแกล้ง
แนวทางแก้ไขทางกฎหมาย: ในกรณีสมมติตอนนี้ นิติบุคคล "มีสิทธิ์ทำได้" เนื่องจากระบบ Easy Pass ถือเป็นบริการเสริมพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ใช่ทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว การที่นิติบุคคลบังคับให้ นายดี ลงมาแลกบัตรตามระบบความปลอดภัยปกติ ไม่ถือเป็นการปิดกั้นสิทธิ์ในการเข้าถึงเคหสถานของตนเอง นายดี ไม่สามารถฟ้องร้องได้ ทางออกคือ นายดี ต้องชำระค่าส่วนกลางที่ค้าง แล้วจึงใช้สิทธิ์ลูกบ้านตั้งกระทู้ทวงถามเรื่องการซ่อมท่อระบายน้ำในที่ประชุม
10 คำถามที่พบบ่อย (FAQs) สิทธิลูกบ้านและค่าส่วนกลาง
Q1: ถ้าไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง นิติบุคคลสามารถยึดบ้านเราได้ไหม?
A: นิติบุคคลยึดบ้านเองโดยพลการไม่ได้ครับ แต่สามารถแต่งตั้งทนายความฟ้องร้องต่อศาลได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ลูกบ้านแพ้คดีและลูกบ้านยังคงนิ่งเฉย นิติบุคคลจึงจะสามารถนำคำพิพากษาไปประสานงานกับกรมบังคับคดี เพื่อทำการ ยึดทรัพย์สิน (ซึ่งก็คือตัวบ้าน) นำมาขายทอดตลาด เพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ค่าส่วนกลางพร้อมดอกเบี้ยได้ครับ
Q2: แฟนเป็นคนไปประชุมใหญ่แทน แต่ชื่อเจ้าของบ้านเป็นชื่อเรา แฟนมีสิทธิ์ออกเสียงไหม?
A: แฟนจะสิทธิ์ออกเสียงได้ก็ต่อเมื่อมี "หนังสือมอบฉันทะ" ที่ลงลายมือชื่อของเจ้าของกรรมสิทธิ์ (ตัวคุณ) อย่างถูกต้องชัดเจนพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนครับ หากเดินไปตัวเปล่าจะทำได้เพียงร่วมนั่งฟัง แต่ไม่มีสิทธิ์ยกมือโหวตมติใดๆ
Q3: นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มีอายุกี่ปี? และสิทธิ์ของลูกบ้านจะหมดไปเมื่อไหร่?
A: นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไม่มีกำหนดอายุการหมดสัญญาครับ จะคงอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่มีทรัพย์สินส่วนกลางต้องดูแล สิทธิ์ของลูกบ้านจะคงอยู่ควบคู่กับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ตราบใดที่คุณยังคงเป็นเจ้าของบ้าน สิทธิ์ของคุณก็ไม่มีวันหมดอายุครับ
Q4: ถนนในหมู่บ้านจัดสรรเป็นพื้นที่สาธารณะไหม? คนนอกเข้ามาจอดรถได้หรือไม่?
A: ไม่ใช่ทางสาธารณะครับ ถนนในหมู่บ้านจัดสรรถือเป็น "สาธารณูปโภคส่วนกลาง" ของโครงการ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของสมาชิกทุกคน นิติบุคคลมีสิทธิ์เต็มที่ในการออกระเบียบห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาจอดรถ หรือกำหนดโซนนิ่งการจอดเพื่อความปลอดภัย
Q5: จ่ายค่าส่วนกลางล่วงหน้าไป 3 ปี แล้วอยากย้ายบ้านออกก่อน สามารถขอเงินคืนได้ไหม?
A: โดยทั่วไปไม่สามารถขอคืนได้ครับ เนื่องจากเงินค่าส่วนกลางที่จ่ายล่วงหน้าได้ถูกนำเข้าบัญชีกองกลางเพื่อวางแผนงบประมาณระยะยาวไปแล้ว แต่สิทธิ์การจ่ายล่วงหน้านี้จะติดไปกับตัวบ้านด้วย ทำให้เวลาคุณขายบ้านต่อให้ผู้ซื้อรายใหม่ คุณสามารถคิดมูลค่าเงินค่าส่วนกลางที่จ่ายล่วงหน้านี้เพิ่มเข้าไปในราคาขายบ้านได้ครับ
Q6: ถ้าโครงการจัดสรรยังสร้างไม่เสร็จ 100% สิทธิ์การดูแลและค่าส่วนกลางเป็นของใคร?
A: ในช่วงที่ยังสร้างไม่เสร็จหรือยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล อำนาจหน้าที่และสิทธิ์ในการดูแลสาธารณูปโภคทั้งหมดจะตกเป็นของ "ผู้จัดสรรที่ดิน" (บริษัทเจ้าของโครงการ) โดยบริษัทสามารถเรียกเก็บค่าดูแลตามอัตราที่ระบุในสัญญาซื้อขายได้ แต่ต้องรับผิดชอบซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดจนกว่าจะส่งมอบให้นิติบุคคล
Q7: คณะกรรมการหมู่บ้านลาออกพร้อมกันหมดจนไม่มีคนบริหาร ลูกบ้านต้องทำอย่างไร?
A: ลูกบ้านสามารถรวมตัวกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด ทำหนังสือแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวเพื่อจัดประชุมใหญ่วิสามัญด่วน ภายในกำหนดเวลาเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อไม่ให้การบริหารงานสะดุดหยุดลง
Q8: สิทธิของลูกบ้านในการต่อเติมบ้าน มีขอบเขตแค่ไหนไม่ให้โดนนิติบุคคลฟ้อง?
A: การต่อเติมบ้านต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย 2 ตัว คือ 1. พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (เรื่องระยะถอยร่น ความสูง แสงสว่าง) และ 2. ข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้าน ซึ่งบางแห่งมีกฎห้ามทาสีบ้านฉูดฉาด หรือห้ามต่อเติมทับแนวท่อระบายน้ำส่วนรวม ลูกบ้านจึงต้องยื่นแบบแปลนให้นิติบุคคลอนุมัติก่อนลงมือทำเสมอครับ
Q9: นิติบุคคลสามารถนำเงินกองกลางไปลงทุนในหุ้นหรือคริปโตเพื่อหาผลตอบแทนได้ไหม?
A: ไม่ได้เด็ดขาดครับ เงินค่าส่วนกลางและเงินกองกลาง (Sinking Fund) มีวัตถุประสงค์เพื่อการบำรุงรักษาโครงการเท่านั้น นิติบุคคลสามารถนำเงินไปฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือประจำที่เป็นบัญชีของนิติบุคคลเพื่อรับดอกเบี้ยต่ำแต่ปลอดภัยได้เท่านั้น การนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงถือเป็นการทำผิดหน้าที่และอาจโดนฟ้องข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
Q10: หากเราไม่ได้เป็นสมาชิกนิติบุคคล (ซื้อบ้านนอกโครงการแต่ใช้ทางผ่าน) ต้องจ่ายค่าส่วนกลางไหม?
A: ในทางกฎหมายคุณไม่ได้มีสถานะเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จึงไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเต็มอัตรา แต่อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลมีสิทธิ์เรียกเก็บ "ค่าภาระจำยอม" หรือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทางเข้า-ออกตามสัดส่วนการใช้งานจริงได้ครับ หากคุณปฏิเสธไม่จ่าย นิติบุคคลก็มีสิทธิ์ปิดกั้นไม่ให้ใช้ทางผ่านได้เช่นกัน
หากต้องการคำปรึกษาหรือบริการด้านการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแบบครบวงจร ทีมงาน Primo Plus พร้อมดูแลคุณด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี คลิกเลย : ให้คำปรึกษา ตรวจประเมินหน้างานฟรี!
หากคุณกำลังมองหาบริษัทบริหารหมู่บ้านที่เชื่อถือได้ ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับหมู่บ้านของคุณ ติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ www.primoplus.co.th เรายินดีให้คำแนะนำและวางแผนการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับหมู่บ้านของคุณ


