แชร์

บริหารนิติบุคคลเอง vs จ้างบริษัทบริหาร: เปรียบเทียบต้นทุนและความเสี่ยงจริง

อัพเดทล่าสุด: 3 ธ.ค. 2025
159 ผู้เข้าชม

บริหารนิติบุคคลเอง vs จ้างบริษัทบริหาร: เปรียบเทียบต้นทุนและความเสี่ยงจริง

การตัดสินใจว่าจะบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุดเอง (Self-Managed) หรือจะจ้างบริษัทบริหารนิติบุคคลภายนอก เป็นทางเลือกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงินและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย การเปรียบเทียบนี้ต้องพิจารณาจากต้นทุนที่วัดผลได้ (Direct Cost) และต้นทุนซ่อนเร้น (Hidden Cost) รวมถึงระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอยู่ภายใต้หลักการ Fact-driven และการจัดการ Risk Management หมู่บ้าน ที่เหมาะสม

1. การบริหารนิติบุคคลเอง (Self-Managed): ต้นทุนซ่อนเร้นและความเสี่ยงสูง
การบริหารจัดการเองโดยคณะกรรมการและพนักงานที่นิติบุคคลว่าจ้างโดยตรง อาจดูเหมือนเป็นการประหยัด ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ในเบื้องต้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมีต้นทุนและภาระความเสี่ยงที่สูงกว่ามาก

1.1 ต้นทุนทางการเงินโดยตรงและซ่อนเร้น (Direct & Hidden Costs)
รายการต้นทุน การบริหารเอง (Self-Managed) หมายเหตุ
เงินเดือนพนักงาน Direct Cost (เต็มจำนวน) นิติบุคคลต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายพนักงาน (40-50% ของงบฯ) รวมถึงสวัสดิการ, ประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เครื่องมือและระบบ Hidden Cost ค่าใช้จ่ายในการซื้อ ระบบบริหารหมู่บ้าน, ซอฟต์แวร์บัญชี, และค่าฝึกอบรมการใช้งาน (เฉลี่ย 30,000-80,000 บาท/ปี)
ค่าธรรมเนียมผู้เชี่ยวชาญ Direct Cost (เป็นรายครั้ง) ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ (ทนายความ, นักบัญชี) มาทำ Financial audit หรือดำเนินการฟ้องร้อง ค้างค่าส่วนกลาง ที่ต้องจ่ายเองทั้งหมด
ต้นทุนการสรรหา Hidden Cost ค่าใช้จ่ายในการประกาศรับสมัครและคัดเลือกพนักงานใหม่ (อัตราการลาออกของพนักงานนิติบุคคลสูงกว่าค่าเฉลี่ย 15% ต่อปี)


1.2 ต้นทุนเวลาของกรรมการ (Expertise & Transparency) กรรมการนิติบุคคลคือผู้รับผิดชอบสูงสุดภายใต้การบริหารเอง แต่กรรมการส่วนใหญ่มีงานประจำ ทำให้ต้องแบกรับภาระงานบริหารที่ไม่มีค่าตอบแทน

  • Fact: กรรมการที่บริหารจัดการเองต้องใช้เวลาเฉลี่ย 20-40 ชั่วโมงต่อเดือน ในการดูแลงานปฏิบัติการ, การอนุมัติ งบประมาณ, การตรวจสอบ Transparency ของบัญชี, และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • ความเสี่ยงด้าน Expertise: กรรมการส่วนใหญ่ขาดความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย, การบัญชี, และ Preventive Maintenance / ค่าเสื่อม ทำให้การตัดสินใจไม่มีประสิทธิภาพและเป็นความเสี่ยงต่อการฟ้องร้องทางกฎหมาย

1.3 ความเสี่ยงด้านการเงินและกฎหมาย (Risk Management หมู่บ้าน) ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการขาดกลไกการควบคุมภายในที่เข้มงวด

  • Risk: การขาด Standard Operating Procedure (SOP) หมู่บ้าน ที่เป็นมาตรฐานและไม่มี Financial audit ภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ความเสี่ยงในการทุจริตหรืองบประมาณคลาดเคลื่อนสูงขึ้นเฉลี่ย 9.5-15.2%
  • Fact: ปัญหานิติบุคคล ที่นำไปสู่คดีความส่วนใหญ่เกิดจากการขาด SOP ที่ชัดเจน และการจัดการ Risk Management หมู่บ้าน ที่ล้มเหลว
2. การจ้างบริษัทบริหารนิติบุคคล (Outsourced Management): ประสิทธิภาพและความรับผิดชอบ การจ้างบริษัทบริหารนิติบุคคล เป็นการลงทุนเพื่อซื้อความเชี่ยวชาญ (Expertise) และการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) อย่างเป็นระบบ

2.1 ต้นทุนทางการเงินโดยตรงและผลตอบแทนที่วัดผลได้ (ROI)

รายการต้นทุน การจ้างบริษัทบริหาร (Outsourced) ผลตอบแทน (ROI) เชิง Fact-driven
ค่าบริหารจัดการ Direct Cost (รวมอยู่ใน สัญญาว่าจ้างบริษัทบริหาร) ครอบคลุมผู้จัดการ, การจัดทำบัญชี, SOP และ ระบบบริหารหมู่บ้าน
การจัดการหนี้ Included บริษัทมีเครื่องมือและ SOP ในการติดตามหนี้ ทำให้ควบคุม KPI AR ให้อยู่ในระดับต่ำ KPI AR 8% ได้ดีกว่าการบริหารเอง
Preventive Maintenance Included (ในแผนงาน) บริษัทมีแผน Preventive Maintenance / ค่าเสื่อม ที่เป็นระบบ ลดค่าซ่อมฉุกเฉินได้เฉลี่ย 25%
Financial audit Included (หรือมีคู่ค้า) ช่วยยืนยัน Transparency / ความโปร่งใส และลดความเสี่ยงงบประมาณคลาดเคลื่อน
 2.2 ประโยชน์ด้านเวลาและความเชี่ยวชาญ (EEAT)
  • บริษัทบริหารนิติบุคคล นำเสนอ EEAT (Expertise, Experience, Authority, Trustworthiness) ที่คณะกรรมการอาจไม่มีการประหยัดเวลา: กรรมการใช้เวลาเพียง 5-10 ชั่วโมงต่อเดือน ในการกำกับดูแล, ตรวจสอบ Transparency, และอนุมัติ งบประมาณ ตามรายงานที่จัดทำโดยบริษัทฯ
  • Expertise & SOP: บริษัทมี Standard Operating Procedure (SOP) หมู่บ้าน และ Risk Management หมู่บ้าน ที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น การจัดการ ระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน, การใช้ กล้องวงจรปิดหมู่บ้าน, และการจัดการ ค้างค่าส่วนกลาง
  • ความรับผิดชอบ: สัญญาว่าจ้างบริษัทบริหาร กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบและ KPI ที่ชัดเจน หากบริษัททำผิดพลาด ลูกบ้านสามารถเปลี่ยน บริษัทบริหารนิติบุคคล ได้ง่ายกว่าการไล่พนักงานโดยตรง

2.3 การลดความเสี่ยงและเพิ่ม Transparency การจ้าง บริษัทบริหารนิติบุคคล ที่ดีคือการซื้อ "ระบบ" และ "ความน่าเชื่อถือ"

  • Transparency: บริษัทบริหารที่ใช้ ระบบบริหารหมู่บ้าน ดิจิทัล มักให้สิทธิ์กรรมการและลูกบ้านเข้าถึงข้อมูลการเงินและการดำเนินงานแบบ Real-time
  • Risk Management: บริษัทบริหารมืออาชีพจะจัดทำแผน Risk Management หมู่บ้าน อย่างเป็นระบบ และมีการทำ Financial audit ภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารเป็นไปตามกฎหมาย

3. สรุปเปรียบเทียบ: ต้นทุนและความเสี่ยงจริง การเปรียบเทียบระหว่างการบริหารเองกับการรับบริหารนิติบุคคลโดยบริษัทฯ ไม่ใช่แค่การเปรียบเทียบราคาเงินเดือนพนักงานกับค่าบริหารจัดการ แต่เป็นการเปรียบเทียบต้นทุนต่อความเสี่ยงและประสิทธิภาพที่วัดผลได้

ปัจจัยเปรียบเทียบ การบริหารเอง (Self-Managed) การจ้างบริษัทบริหาร (Outsourced)
ต้นทุนทางการเงิน ต่ำในใบเสร็จ, สูงใน Hidden Cost (ระบบ, ค่าปรับ, คดีความ) สูงในใบเสร็จ, ต่ำใน Hidden Cost (รวม Risk Management)
ความเสี่ยงงบฯ คลาดเคลื่อน สูง (เฉลี่ย 9.5-15.2%) ต่ำ (ควบคุมด้วย Financial audit และ SOP)
ภาระเวลา/Expertise กรรมการ สูงมาก (20-40 ชม./เดือน), ขาดความเชี่ยวชาญ ต่ำ (5-10 ชม./เดือน), ซื้อ Expertise/EEAT
การจัดการ ค้างค่าส่วนกลาง ต่ำ (ขาด SOP และอำนาจทางกฎหมาย) สูง (มีระบบและ KPI AR ชัดเจน)
Transparency ต่ำ (หากไม่มี ระบบบริหารหมู่บ้าน ดิจิทัล) สูง (ใช้ระบบดิจิทัลและการทำ Financial audit สม่ำเสมอ)
บทสรุป: การบริหารเองเหมาะสำหรับโครงการขนาดเล็กมากที่กรรมการสามารถดูแลงานปฏิบัติการได้เองทั้งหมดเท่านั้น สำหรับโครงการขนาดกลางถึงใหญ่ การจ้าง บริษัทบริหารนิติบุคคล ที่มี สัญญาว่าจ้างบริษัทบริหาร ที่ชัดเจนและมี KPI ที่เข้มงวด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในการลด Risk Management หมู่บ้าน และสร้าง Transparency ในระยะยาว

FAQ 10 ข้อ: บริหารนิติบุคคลเอง vs จ้างบริษัทบริหาร
Q1: ต้นทุนซ่อนเร้น (Hidden Cost) ของการบริหารนิติบุคคลเองคืออะไร?
A: ต้นทุนซ่อนเร้นหลักคือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อและบำรุงรักษา ระบบบริหารหมู่บ้าน, ซอฟต์แวร์บัญชี, ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ (ทนาย/บัญชี) รายครั้ง, และค่าเสียโอกาสของกรรมการ

Q2: กรรมการนิติบุคคลที่บริหารเองต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อเดือน?
A: Fact: กรรมการที่บริหารจัดการเองต้องใช้เวลาเฉลี่ย 20-40 ชั่วโมงต่อเดือน ในการดูแลงานปฏิบัติการและธุรการ ซึ่งเป็นภาระที่สูงมากเมื่อเทียบกับงานประจำ

Q3: ความเสี่ยงด้านการเงินหลักของการบริหารนิติบุคคลเองคืออะไร?
A: ความเสี่ยงหลักคือการขาด Financial audit และ SOP ทำให้ความเสี่ยงในการทุจริตหรืองบประมาณคลาดเคลื่อนสูงขึ้นเฉลี่ย 9.5-15.2%
Q4: การจ้าง บริษัทบริหารนิติบุคคล ช่วยลดความเสี่ยงด้าน Preventive Maintenance / ค่าเสื่อม อย่างไร?
A: บริษัทบริหารนิติบุคคล จะนำแผน Preventive Maintenance / ค่าเสื่อม ที่เป็นระบบมาใช้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายซ่อมฉุกเฉินของทรัพย์สินส่วนกลางได้เฉลี่ย 25%

Q5: สัญญาว่าจ้างบริษัทบริหาร ควรระบุ KPI ใดบ้างที่นอกเหนือจากงานบริการทั่วไป?
A: ควรกำหนด KPI ที่วัดผลได้ เช่น KPI AR (อัตราการจัดเก็บหนี้), MTTR (เวลาในการซ่อมแซม), และ Asset Uptime ของระบบสำคัญ เช่น กล้องวงจรปิดหมู่บ้าน

Q6: การบริหารเองมีประสิทธิภาพในการจัดการ ค้างค่าส่วนกลาง ต่ำกว่าการจ้างบริษัทบริหารอย่างไร?
A: การบริหารเองมักขาด SOP ที่ชัดเจนและบุคลากรที่มีอำนาจเฉพาะในการดำเนินการทางกฎหมาย ทำให้การติดตามหนี้ล่าช้า และควบคุม KPI AR ได้ยาก

Q7: การทำ Risk Management หมู่บ้าน ในการจ้าง บริษัทบริหารนิติบุคคล มีข้อดีอย่างไร?
A: บริษัทบริหารนิติบุคคล มีความเชี่ยวชาญในการจัดทำแผน Risk Management หมู่บ้าน และมีประกันความรับผิดชอบ (Professional Liability Insurance) ซึ่งเป็นการโอนความเสี่ยงด้านการบริหารไปให้บริษัทฯ

Q8: การตรวจสอบ Transparency / ความโปร่งใส ของงบประมาณทำได้ง่ายกว่าเมื่อจ้างบริษัทบริหารหรือไม่?
A: ใช่ เนื่องจาก บริษัทบริหารนิติบุคคล ส่วนใหญ่นำ ระบบบริหารหมู่บ้าน มาใช้และถูกกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลบัญชีและการใช้จ่าย งบประมาณ แก่กรรมการและลูกบ้านได้ตลอดเวลาตาม สัญญาว่าจ้างบริษัทบริหาร

Q9: อัตราการลาออกของพนักงานนิติบุคคลที่นิติบุคคลว่าจ้างเองอยู่ที่เท่าไหร่?
A: Fact: อัตราการลาออกของพนักงานที่นิติบุคคลว่าจ้างเองสูงกว่าค่าเฉลี่ย 15% ต่อปี ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการทำงานและเพิ่มภาระในการสรรหาบุคลากร

Q10: การบริหารเองส่งผลกระทบต่อความเชี่ยวชาญ (Expertise) ในการบริหารนิติบุคคลอย่างไร?
A: กรรมการมักขาด Expertise ด้านกฎหมาย, Financial audit, และการบริหารจัดการทรัพย์สิน ทำให้การตัดสินใจไม่มีประสิทธิภาพ และอาจละเลยการทำ Standard Operating Procedure (SOP) หมู่บ้าน ที่จำเป็น

 
สรุป
ปัญหาในหมู่บ้านจัดสรรมักเกิดซ้ำ ๆ หากไม่มีการจัดการที่เป็นระบบ การมี นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่แข็งแรง และ บริษัทบริหารมืออาชีพ จะช่วยให้ทุกอย่างโปร่งใส เป็นระเบียบ และลูกบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยระบบการจัดการที่ดีและทีมงานมืออาชีพ หากต้องการคำปรึกษาหรือบริการด้านการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแบบครบวงจร ทีมงาน Primo Plus พร้อมดูแลคุณด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี คลิกเลย : ให้คำปรึกษา ตรวจประเมินหน้างานฟรี!

หากคุณกำลังมองหาบริษัทบริหารหมู่บ้านที่เชื่อถือได้ ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับหมู่บ้านของคุณ ติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ www.primoplus.co.th  เรายินดีให้คำแนะนำและวางแผนการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับหมู่บ้านของคุณ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาพรวมตลาดนิติบุคคลไทย 2568: สถิติ แนวโน้ม และความท้าทายใหม่
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวครั้งสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริหารนิติบุคคลในประเทศไทย แม้ว่าการเปิดตัวโครงการใหม่จะชะลอตัวลง แต่จำนวน นิติบุคคลอาคารชุด และ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร สะสมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขนาดของ ตลาดนิติบุคคล ขยายตัวตามไปด้วย แรงขับเคลื่อนหลักจึงเปลี่ยนจากการสร้างใหม่เป็นการบริหารจัดการสินทรัพย์เดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การทำความเข้าใจสถิติและแนวโน้มที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการและคณะกรรมการบริหารนิติบุคคล
10 ธ.ค. 2025
คู่มือบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
การบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยระบบการจัดการที่ดีและทีมงานมืออาชีพ
20 ม.ค. 2025
5 ปัจจัยที่ทำให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรประสบความสำเร็จ
การบริหารนิติบุคคลในหมู่บ้านจัดสรรให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีการจัดการที่ดี จะช่วยให้ชุมชนมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และน่าอยู่มากขึ้น ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นิติบุคคลสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีอะไรบ้าง
29 ม.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy